ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Kimya Loder

การจัดการกับความลังเล

เราอาศัยอยู่ในโลกที่มีตัวเลือกมากมาย ตั้งแต่กระดาษเช็ดมือไปจนถึงประกันชีวิต ในปี 2004 นักจิตวิทยา แบร์รี่ ชวาร์ตซ์เขียนหนังสือชื่อความขัดแย้งของการมีตัวเลือก ซึ่งเขาโต้แย้งว่าแม้เสรีภาพในการเลือกจะมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเรา แต่การมีตัวเลือกมากเกินไปอาจกลายเป็นภาระและทำให้เกิดความลังเล การเลือกซื้อกระดาษเช็ดมือนั้นอาจส่งผลกระทบต่อเราน้อย แต่ความลังเลอาจทำให้เราอ่อนล้าได้เมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่ส่งผลอย่างมากต่อวิถีชีวิตของเรา แล้วเราจะเอาชนะความลังเลใจและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจในการดำเนินชีวิตเพื่อพระเยซูได้อย่างไร

ในฐานะผู้เชื่อในพระคริสต์ การแสวงหาสติปัญญาจากพระเจ้าจะช่วยเราเมื่อต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยาก เมื่อเรากำลังตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องใดในชีวิต ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ พระคัมภีร์สอนเราว่า “จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง” (สภษ.3:5) เมื่อเราพึ่งพาวิจารณญาณของตัวเอง เราอาจสับสนและกังวลว่าจะพลาดรายละเอียดสำคัญไปหรือตัดสินใจผิดพลาด แต่เมื่อเราแสวงหาคำตอบจากพระเจ้า พระองค์จะ “ทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น” (ข้อ 6) พระองค์จะประทานความกระจ่างและสันติสุขแก่เราขณะที่เราตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวัน

พระเจ้าไม่ต้องการให้เราล้มเลิกหรือหนักใจเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เราสามารถพบสันติสุขได้ในสติปัญญาและทิศทางที่พระเจ้าทรงประทานให้ เมื่อเราทูลสิ่งที่เรากังวลต่อพระองค์ในการอธิษฐาน

จดจ่อที่พระเจ้า

ท่าเต้นหมุนตัวบนปลายเท้าอย่างสง่างาม ซึ่งนักบัลเล่ต์และนักเต้นร่วมสมัยต้องฝึกให้สำเร็จ ในวัยเด็กฉันรักที่จะเต้นท่านี้ในชั้นเรียนการเต้นสมัยใหม่ ฉันหมุนจนเวียนหัวและล้มลงกับพื้น เมื่อโตขึ้นฉันเรียนรู้เคล็ดลับที่จะช่วยให้ฉันรักษาและควบคุมการทรงตัว นั่นก็คือการ “กำหนดจุด” เป็นการกำหนดจุดๆหนึ่งเพื่อให้สายตาของฉันวนกลับมาหาในแต่ละรอบที่ฉันหมุน การกำหนดจุดจดจ่อเพียงจุดเดียว เป็นสิ่งจำเป็นที่ฉันต้องทำ เพื่อควบคุมท่วงท่าการหมุนตัวของฉันให้จบลงอย่างสง่างาม

เราทุกคนเผชิญความผกผันมากมายในชีวิต อย่างไรก็ตามเมื่อเราจดจ่ออยู่กับปัญหา สิ่งที่เราเผชิญจะดูเหมือนจัดการไม่ได้ ทิ้งให้เรามึนงง และมุ่งหน้าสู่ความล้มเหลว พระคัมภีร์เตือนว่าหากเรารักษาจิตใจของเราให้แน่วแน่หรือจดจ่ออยู่ที่พระเจ้า พระองค์จะทรงรักษาเราไว้ใน “ศานติภาพอันสมบูรณ์” (อสย.26:3) ศานติภาพอันสมบูรณ์หมายถึง ไม่ว่าชีวิตของเราจะพบกับความผกผันมากเพียงใดก็ตาม เราสามารถสงบนิ่งและมั่นใจว่าพระเจ้าสถิตอยู่กับเราท่ามกลางปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้น พระองค์ทรงเป็น “ศิลานิรันดร์” (ข้อ 4) คือเป็น “จุด” ที่ดีที่สุดที่เราควรจดจ่อ เพราะพระสัญญาของพระองค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ขอให้เราจดจ่อที่พระองค์ในการก้าวเดินในแต่ละวัน เข้าหาพระองค์ด้วยการอธิษฐานและศึกษาพระสัญญาของพระองค์ในพระคัมภีร์ ขอให้เราพึ่งพาพระเจ้าผู้ทรงเป็นศิลานิรันดร์ของเรา ให้ทรงช่วยเราก้าวผ่านทุกปัญหาในชีวิตอย่างสง่างาม

รับมือกับการไม่ลงรอย

ทวิตเตอร์เป็นสื่อสังคมที่สร้างพื้นที่ให้ผู้คนทั่วโลกได้แสดงความคิดเห็นด้วยประโยคเด็ดสั้นๆ แต่ในช่วงไม่กี่ปีนี้ รูปแบบการแสดงความคิดเห็นเริ่มซับซ้อนขึ้น เพราะมีคนเริ่มใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือในการตำหนิความคิดเห็นหรือวิถีชีวิตของคนอื่นที่พวกเขาไม่เห็นด้วย ไม่ว่าวันใดเมื่อลงชื่อเข้าใช้งานคุณจะพบอย่างน้อยหนึ่งชื่อที่ “กำลังมาแรง” เมื่อกดไปที่ชื่อนั้น คุณจะพบผู้คนนับล้านแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น

เราเรียนรู้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ต่อสาธารณะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องความเชื่อที่ผู้คนนับถือไปจนถึงเรื่องเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่ แต่ความจริงแล้วทัศนคติเชิงลบและไร้ซึ่งความรักนี้ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราเป็นในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู บางครั้งเมื่อเราต้องรับมือกับการไม่ลงรอย พระคัมภีร์เตือนเราว่าในฐานะผู้เชื่อเราต้องปฏิบัติตัวด้วย “ใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อม ใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน” (คส.3:12) แทนที่การวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรง แม้กับศัตรูของเรา พระเจ้าทรงเรียกร้องเราให้ “ผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน และถ้าแม้ว่า (ผู้ใด) มีเรื่องราวต่อกันก็จงยกโทษให้กันและกัน” (ข้อ 13)

การปฏิบัติตัวเช่นนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคนที่มีวิถีชีวิตและความเชื่อเหมือนเราเท่านั้น แม้เมื่อเป็นเรื่องยาก ขอให้เราหยิบยื่นพระคุณและความรักแก่ทุกคนที่เราได้พบตามการทรงนำของพระคริสต์ โดยระลึกว่าเราได้รับการทรงไถ่โดยความรักของพระองค์

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา